กระจกเทมเปอร์ กระจกฝ้า กระจกชา คืออะไร?


ปัจจุบันกระจกที่เราเห็นส่วนใหญ่นั้นจะมี ทั้ง กระจกเทมเปอร์ กระจกลามิเนต กระจกฝ้า กระจกชา กระจกชาดำ กระจกเงา (Mirror) กระจกใส (Floated Glass) กระจกเขียว (Green Tinted Glass) กระจกเคลือบสี (Color Coated Glass) กระจกลายผ้า กระจกใสพิเศษ (Low-iron Glass) กระจกเสริมลวด (Crosswire Glass) กระจกลอนแก้ว ต่างๆมากมาย วันนี้เราจึงจะมายกตัวอย่าง กระจกที่ นิยมใช้บ่อยๆ 3 อย่าง ได้แก่ กระจก เทมเปอร์ (Tempered Glass) กระจก ฝ้า และ กระจกชา ซึ่งทั้ง 2 กระจกนี้ ก็ทำมาจากกระจก ธรรมดา หรือ กระจกใส (Float Glass) นั่นเอง

ภาพตัวอย่างกระจกภายในอาคาร
ภาพตัวอย่างกระจกภายในอาคาร


กระจกเทมเปอร์

กระจกเทมเปอร์ (tempered glass) เป็นการนำกระจกธรรมดาหรือกระจกโฟลท (float) ไปผ่านความร้อนสูงที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 650-700 องศาเซลเซียส แล้วอัดผิวด้านข้างด้วยความเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว จะทำให้กระจก เทมเปอร์นั้น มีความแข็งแรงมากกว่า กระจกธรรม หรือ กระจกโฟลท ถึง 3-5 เท่า เวลา กระจกเทมเปอร์ แตก จะแตกกระจายคล้ายเม็ดข้าวโพด ลดอันตรายจากการโดน คม หรือบาดของกระจกได้ แต่ ก็ ยังต้องระวังอยู่เพราะกระจกเทมเปอร์สามารถระเบิดได้  โดยกระจกเทมเปอร์ สามารถ ทำสีหรือตัดแสงได้ หลาย สี แต่ที่นิยมใช้ ประกอบด้วย 4 สี ได้แก่

  1. สีชาดำ (Dark Brown) เป็นสีดำผสมน้ำตาลนิดหน่อย นิยมใช้ ใน กระจกกั้นห้อง ให้ดูสวยงาม
  2. สีฟ้าใส (Blue) เป็นสีน้ำเง็น นิยมใช้ภายนอก
  3. สีเขียวใส (Green) เป็นสีเขียว นิยมใช้งานภายนอก
  4. สียูโรเกรย์ หรือ สีเทา (Euro Grey) เป็นสีเทา
รูปตัวอย่างกระจกเทมเปอร์ แบบสี
รูปตัวอย่างกระจกเทมเปอร์ แบบสี

คุณสมบัติ

  • ความแข็งแรง แข็งแรงกว่ากระจกธรรมดา 4-5 เท่า
  • ความหนา มีตั้งแต่ 5-19 มิลลิเมตร ซึ่งขนาดควรเลือกให้เหมาะสมกับประเภทที่ต้องใช้นั้นๆ เช่น 5-6 มม. สามารถใช้กับงาน ประตูหน้าต่าง ที่มีวงกบ 10 มม. ใช้สำหรับบานเปลือย

การใช้งาน

  • ประตูบานเลื่อน และ ผนังกระจก – สามารถใช้กระจกเทมเปอร์ได้ทั้ง ด้านห้นา ด้านหลังกระจก ภายในและ ภายนอกอาคาร
  • ตู้โทรศัพท์ ตู้โชว์ของ ห้องโชว์ ตู้สินค้าอัญมณีที่ต้องการโชว์ต่างๆ
  • ฉากกั้นส่วนอาบน้ำ ประตูห้องน้ำ ผนังกั้นภายในอาคารที่ต้องการ ให้ ทั้งความสวยงามและความสบายตา แต่ยังให้ความปลอดภัยอีกด้วย
  • ผนังกระจก ของสถานที่ ที่ ต้องรับแรงกระแทกที่มีความเร็วสูง เช่น สนามสควอซ
  • หน้าต่าง ผนังอาคาร หรือส่วนต่างๆ ที่ มีแรงอัดของอากาศ หรือ ลม สูงๆ
  • งานเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางสินค้า ต่างๆ
  • สถานที่ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เช่น ราวกันตกของเด็กอนุบาล โรงเรียนอนุบาล ราวบันไดเลื่อน

กระจกฝ้า (Frosted Glass)

กระจกฝ้า (Frosted Glass) คือ ถ้าตามภาษาบ้านๆ หรือ ตามความเข้าใจง่ายๆ กระจกฝ้า คือ กระจกที่ให้แสงผ่านลอดเข้ามาได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้น เวลาที่เรามองกระจกฝ้าจะเห็นเป็นแบบ ลางๆ หรือ เป็นแบบไม่ชัด แบบกระจกใส่นั่นเอง คนเลยนิยมใช้กระจกฝ้าเพราะว่า กระจก ฝ้า ให้ความเป็นส่วนตัวได้มากกว่า นิยมใช้ ใน งาน เช่น กระจกฝ้า ในห้องน้ำ นอกจากนี้ยังสามาถนำไปใช้กับ กระจกได้หลายประเภท เช่น กระจกเทมเปอร์ กระจกลามิเนต  กระจกฝ้า แบ่ง กรรมวิธี การทำได้ 2 ประเภท คือ

1.กระจกพ่นทราย (Sandblasted Glass) เป็นการที่นำกระจกธรรมดา หรือ กระจกนิรภัย มาพ่นทราย โดย ใช้ แรงดัน ลม จะทำให้มีลักษณะ แบบ สีขาวขุ่น เราสามารถเลือก ระดับ ความละเอียด ความลึก ของ การกัดผิว กระจกนั้นๆ ได้

2.กระจกฝ้าซาติน (Acid-etched Glass) เป็นการใช้กรด กัด ผิวกระจกบางๆ ซึ่งจะได้ลักษณะที่เรียบเนียน สามารถไล่ฝ้าได้ทั้ง บางของกระจก หรือ บางส่วนก็ได้ ซึ่ง อาจจะทำให้ modern ขึ้นและ สวยงาม ในการใช้งานสูงสุด

ภาพตัวอย่างเปรียบเทียบกระจกฝ้าจาก www.krajok.com
ภาพตัวอย่างเปรียบเทียบกระจกฝ้าจาก www.krajok.com

คุณสมบัติ ของกระจกฝ้า

  • ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • ช่วย ตกแต่ง เพื่อเพิ่มความสวยงาม
  • ช่วยป้องกันความร้อนหรือลดรังสีจาก UV
  • สามารถแกะสลักเพื่อเพิ่มลวดลายได้

กระจกฝ้าเหมาะสำหรับงานประเภทไหน?

  • ประตู หน้าต่าง ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
  • ห้องอาบน้ำ หรือ ฉากกั้นห้องน้ำ ที่ต้องการ แสงสว่างอยู่ แต่ก็ยังอยากได้พื้นที่ส่วนตัว
  • หน้าบานตู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว

ข้อเสียของกระจกฝ้า

  • ทำความสะอาดยากต้องใช้น้ำยา
  • ถ้ากระจกพ่นทราย ไม่เคลือบน้ำยา เวลาจับ อาจจะเป็นรอยนิ้วมือได้

กระจกชา

กระจกชา คือ กระจกธรรมดา (Float Glass) เพียง แต่ เพิ่มอ็อกไซด์ ไปในขั้นตอนการผลิต ซึ่งสีสามารถควบคุมได้โดย การเพิ่มหรือลด อ็อกไซด์ และ เพิ่มขนาดความหนา จะสามารถกันความร้อนได้ดียิ่งขึ้น กระจกตัดแสงนั้น สามารถลดพลังงานความร้อนที่ส่องมากระทบพื้นผิว ได้ดี ซึ่งสามารถ ดูดกลืน ความร้อนได้ ถึง 40-60 เปอร์เซ็น ขึ้นอยู่กับสีที่เลือกใช้ จึงสามารถทำให้ ประหยัดพลังงาน และ ลดความร้อนได้อีกด้วย และยังช่วยลดความจ้าของแสงที่แยงตาเข้ามา ในอาคาร ทั้งใน หน้าต่าง และ ประตู ทำให้ได้แสงที่นุ่มนวล ไม่แยงตาเกินไป และ เพิ่มบรรยากาศร่มรื่น น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ภาพตัวอย่าง กระจกชา ภายนอกอาคาร
ภาพตัวอย่าง กระจกชา ภายนอกอาคาร

การนำไปใช้งาน

  • ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก ของตัวอาคาร ทุกประเภท เช่น การ ตกแต่งภายใน ประตู หน้าต่าง บ้านพักอาศัย สำนักงาน อาคาร
  • ห้องแสดงสินค้า หน้าร้าน หรือสินค้าต่างๆทั่วไป
  • ใช้กับเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ ฉากกั้น ห้องน้ำ
  • นำไปผลิตเป็นกระจกเงา
  • นำไปใช้ในการผลิตกระจกนิรภัยสำหรับอาคาร

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรให้ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เป่ากระทบโดยตรง เพราะ อาจทำให้แตก หรือ ร้าวได้
  • ไม่ควรนำสิ่งของต่างๆ ไปวางไว้ ชิดกับกระจก เช่นตู้ เพราะอาจจะสะสมความร้อนทำให้กระจกแตกได้
  • ไม่ควรนำกระจกไปทาสี เพราะจะทำให้สะสมความร้อนทำให้ความร้อนมากขึ้นกระจกอาจแตกได้
Default image
Kanatidesign
เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ งานภายนอก งานภายใน บิ้วอิน
Articles: 60

Leave a Reply